1. เลือกดูจากผู้รับว่าเขาชอบตุ๊กตาหมีตัวใหญ่แบบไหน ชอบขนาดเท่าไร ถ้าผู้รับเป็นเด็กตัวเล็ก การที่ซื้อตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เกินไปก็อาจจะทำให้เด็กไม่สนุกกับการเล่นตุ๊กตาก็ได้ เพราะตัวตุ๊กตามีขนาดใหญ่เกินไป

2. เลือกดูจากราคาของตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วยิ่งตุ๊กตาตัวใหญ่ ราคาก็จะแพงขึ้นไปด้วย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุและแบบที่ใช้ทำตุ๊กตาอีกด้วย การที่เลือกซื้อตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ราคาถูก จึงต้องดูวัสดุที่ใช้ด้วยว่ามีคุณภาพสมกับราคาที่จ่ายไปหรือไม่ อีกทั้งยังต้องดูแบบของตุ๊กตาที่จะซื้อด้วย เพราะถ้าหากได้ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ราคาถูกจริง แต่แบบที่ได้ไม่ถูกใจ ก็อาจจะทำให้ผู้รับไม่ชอบใจเท่าที่ควรก็เป็นได้

3. เมื่อลองไปเลือกตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ในห้างและร้านขายตุ๊กตาแล้ว ก็อย่าลืมลองเลือกซื้อหาตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่ขายอยู่ในอินเตอร์เน็ตด้วยล่ะ บางทีคุณอาจจะได้ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่ราคาถูกกว่าการซื้อในห้างก็ได้ แต่ก็ควรดูตุ๊กตาหมีตัวใหญ่จากเว็บที่น่าเชื่อถือ จะได้ไม่โดนโกงหรือโดนหลอกเอาตุ๊กตาที่มีคุณภาพไม่ดีมากขายให้

4. การขนย้ายก็สำคัญ เพราะถ้าหากคุณซื้อตุ๊กตาหมีตัวใหญ่มากแต่คุณไม่ได้คิดถึงเรื่องการขนย้าย แบบนี้ก็คงไม่ดีเป็นแน่ จะให้แบกตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เท่าคนแล้วนั่งรถเมล์ไปก็ไม่ใช่เรื่อง เผลอ ๆ คุณอาจจะต้องเสียค่าโดยสารรถเมล์ให้กับเจ้าหมียักษ์เพิ่มด้วย

การประกันภัยรถยนต์นั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากเมื่อเกิดเหตุการณ์ความเสียหายใดๆที่เกิดจากการใช้งานรถยนต์ของคุณเอง แม้ว่าระหว่างที่ไม่ได้เกิดเหตุการณ์ใดๆขึ้นมานั้น การประกันภัยรถยนต์ที่ท่านจัดทำไว้นั้นจะไม่ได้สร้างประโยชน์ใดๆให้เกิดขึ้นกับท่านเลยก็ตาม ทั้งยังจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยอยู่เรื่อยๆเป็นประจำทุกปีที่ต้องการทำสัญญาประกันภัยรถยนต์ต่างๆที่ต้องการนั้น แต่ถึงกระนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์อุบัติภัยทางรถยนต์ที่เกิดจากการใช้งานรถยนต์ของท่านเอง ไม่ว่าจะด้วยอุบัติเหตุหรือเหตุสุดวิสัยต่างๆก็ตาม ประกันภัยรถยนต์ที่ท่านได้มีการจัดทำไว้นั้นจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับท่าน ยิ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมากเท่าไร ความคุ้มค่าที่ได้มีการจัดทำประกันภัยรถยนต์ไว้นั้นก็จะยิ่งมีมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านได้มีการจัดทำประกันภัยรถยนต์รูปแบบใดไว้กับตัวรถยนต์ที่ท่านได้ใช้งานอยู่ประจำ เพราการประกันภัยรถยนต์นั้นมีมากมายหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองเงื่อนไขความต้องการและความเหมาะสมกับท่าน ณ ขณะนั้นๆว่าท่านต้องการการประกันภัยรถยนต์รูปแบบใด มีการให้ความคุ้มครองความเสียหายมากน้อยอย่างไรบ้าง จำนวนเงินประกันภัยรถยนต์สูงสุดที่จะมีการเบิกจ่ายให้ต่อครั้งมีปริมาณเท่าไร

การประกันภัยรถยนต์นั้นสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆได้แก่

– การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับหรือที่เรียกย่อๆได้ว่าพรบ. ซึ่งเป็นประกันภัยรถยนต์ขั้นพื้นฐานที่สุด มีการให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร่างกาย อนามัย และชีวิตทั้งของผู้ที่จัดทำประกันภัยรถยนต์และคนรอบข้าง รวมทั้งคู่กรณีที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกันนั้น ซึ่งไม่รวมความเสียหายอื่นๆที่เกิดขึ้นได้แก่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถยนต์ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินต่างๆของทั้งเจ้าของรถยนต์และคนรอบข้าง รวมทั้งคู่กรณี ความเสียหายต่างๆที่อยู่นอกเหนือขอบข่ายความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับนี้ท่านจะต้องเป็นผู้รับผิดเองทั้งหมด หากท่านต้องการเจรจาต่อรองเกี่ยวกับการชดเชยมูลค้าความเสียหายกับคู่กรณีก็จะต้องจัดการด้วยตนเองและจะไม่อยู่ในความดูแล รับผิดชอบของบริษัทประกันภัยรถยนต์ หรือบริษัทประกันภัยรถยนต์หรือบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการประเภทประกันภัยรถ

– การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนั้นเป็นการประกันภัยรถยนต์ที่เพิ่มระดับขึ้นมาจากการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับซึ่งแบ่งออกเป็นหลายระดับและรูปแบบโดยมีความแตกต่างกันในเรื่องของขอบข่ายความคุ้มครองความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้น วงเงินการประกันภัยรถยนต์เพื่อชดเชยมูลค่าของความเสียหายที่เกิดขึ้น และแน่นอนว่าจำนวนเงินเบี้ยประกันที่ท่านจะต้องจ่ายก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามขอบข่ายความคุ้มครองและจำนวนวงเงินประกันภัยรถยนต์สูงสุดที่ท่านจะได้รับชดเชยทั้งต่อตนเองและต่อคู่กรณี

สเต็ก(Steak) เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่คนไทยและต่างประเทศรู้จักกันดี ผู้คนส่วนมากมักจะชอบรับประทาน แต่สเต็กที่อร่อยๆนั้นส่ว นใหญ่จะอยู่ตามร้านใหญ่ๆ สเต็กเฮ้าส์ หรือตามโรงแรมชั้นนำ และราคาก็สูงตามไปด้วย ในปัจุบันมีการดัดแปลงเมนูสเต็กจากราคาหลายร้อยให้มีราคาถูกลง ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วไปเพิ่มมากขึ้น แต่ร้านสเต็กราคาถูกก็ยังมีจำนวนผู้ประกอบการไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น

ปัจจุบันธุรกิจเปิดร้านสเต็ก กำลังได้รับความนิยม โดยมากจะพบตาม ห้างสรรพสินค้า บริเวณย่านมหาวิทยาลัย รถเข็นตามตลาดนัดโต้รุ่ง สำหรับธุรกิจร้านสเต็ก มีตั้งแต่แบบรถเข็นยันโรมแรมชั้นหนึ่งเลยก็มี ลักษณะในแบบรถเข็นนั้นเน้นเจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มล่างถึงกลาง ราคาก็ไม่แพงมาก สามารถไปกินกันได้อย่างสบายใจ ราคาก็จะอยู่ราวๆ 39- 59 บาท ถ้าราคาระดับกลางๆ ก็อยู่ที่ราวๆ 99- 259 บาท ประมาณนี้

จากที่เคยพบเคยเห็นร้านสเต็กทั่วไปตามร้านที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เช่น ตามสถานที่ศึกษา จะเห็นกันบ่อย สำหรับคนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ ก็ยังมีสลัดถือว่าเป็นของคู่กับสเต๊กให้เลือกทานได้เช่นกัน
อันดับแรกก่อนที่จะ เปิดร้านสเต็ก สิ่งเราควรจะต้องศึกษาในการทำธุรกิจร้านสเต๊ก คือเราต้องรู้จักเนื้อแต่ละส่วน สันใน สันนอก สะโพก เพราะแต่ละส่วนให้รสชาติที่ไม่เหมือนกัน นอกจากนั้นจะมีประเภทชิ้นเนื้อเฉพาะ เช่น เนื้อเซอร์ลอยน์, ริบ-สเต็ก หรือ ทีโบน และเมื่อรู้จักกับเนื้อแต่ละส่วนดี ก็ควรจะลงมือปฎิบัติทดลองว่าแต่ละชิ้นนั้นเหมาะกับทำสเต็กแบบไหน สุกน้อยสุกมากยังไงควรศึกษารสชาติโดยละเอียด ลูกค้าสั่งสเต็กก็มีหลายแบบ ทั้งแบบเกือบสุก สุกๆดิบ หรือ ดิบ โดยมากจะสั่งเป็นภาษาอังกฤต Rare, Medium Rate แต่เข้าใจเหมือนกัน

สุดท้ายก็จะเน้นย้ำอยู่บ่อยน่ะ ในเรื่องการสร้างจุดเด่นของร้านคุณให้ชัดเจน ตามด้วยการเลือกทำเลของร้านอาหาร เลือกแหล่งที่มีคนเยอะ และเรื่องคุณภาพและรสชาติอาหาร ถ้าคุณเปิดร้านสเต็กหรือจะทำธุรกิจประเภทไหน คุณย่อมไปได้สวยแน่นอน

อาหารปักษ์ใต้เป็นอาหารที่อร่อย น่าลิ้มลอง แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ประทับใจทุกคน ก็คือความเผ็ดร้อนของรสชาติอาหาร ทั้งเผ็ดจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด เรียกได้ว่าครบรส
อาหารทางภาคใต้ได้รับอิทธิพลมาจากบรรพบุรุษของชาวมุสลิม ในจังหวัดทางใต้ของไทย อาทิ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาว มุสลิม ส่วนหนึ่งอพยพมากจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีบรรพบุรุษต้นกำเนิดมาจากทางแถบทวีปอินเดีย อาหารใต้พื้นบ้านนั้นจะมีรสชาติอันเผ็ดร้อนของอาหารอินเดีย ซึ่งจะเผ็ดจัดกว่าอาหารไทยที่ มาจากภาคอื่นๆ สิ่งหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารใต้ คือ ขมิ้น ซึ่งรากของขมิ้นที่มีสีเหลืองจะให้กลิ่น และรสชาติในการนำไปประกอบอาหารได้อีกมากมาย

ภาคใต้เป็นภาคที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลมากที่สุด ลักษณะภูมิประเทศเป็นแหลมที่ยื่นลงไปในทะเล ผู้คนที่อาศัยในภาคนี้จึงนิยมทำการประมง เพราะมีทรัพยากรในท้องทะเลมากมาย อาหารส่วนใหญ่ของคนภาคใต้จึงมักเกี่ยวข้องกับปลา และสิ่งอื่นๆจากท้องทะเล โดยธรรมชาติของอาหารทะเลจะมีกลิ่นคาวจัด อาหารปักษ์ใต้จึงขาดเครื่องเทศไม่ได้เลย โดยเฉพาะขมิ้น เพราะช่วยในการดับกลิ่นคาวได้ดี ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าอาหารปักษ์ใต้จะออกสีเหลืองแทบจะทุกอย่าง ตัวอย่างเช่น แกงไตปลา แกงส้มใต้ แกงพริก ปลาทอด ไก่ทอด

อาหารปักษ์ใต้แม้จะเป็นอาหารที่อร่อย น่าลิ้มลอง แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ประทับใจทุกคน ก็คือความเผ็ดร้อนของรสชาติอาหาร คนท้องถิ่นนิยมอาหารรสจัด เผ็ดจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด แต่ไม่นิยมหวาน รสเผ็ดของอาหารใต้มาจากพริกขี้หนูสด พริกขี้หนูแห้ง และพริกไทย ส่วนรสเค็มได้จากกะปิ เกลือ รสเปรี้ยวได้จากส้มแขก ตะลิงปลิง ระกำ มะนาว มะขามเปียก มะขามสด เป็นต้น และด้วยความรสจัดนี้เอง อาหารใต้หลายๆอย่างจึงมีผักรับประทานควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยลดความเผ็ดร้อนลง ซึ่งคนใต้เรียกว่า ผักเหนาะ มีหลายอย่าง บางอย่างก็เป็นผักชนิดเดียวกับภาคกลาง เช่น มะเขือเปราะ ถั่วผักยาว ถั่วพู แต่ก็มีผักอีกหลายอย่างที่รู้จักกันเฉพาะหมู่คนใต้เท่านั้น เช่น สะตอ ลูกเนียง หน่อเหรียง ผักกูด ยอดมันปู เป็นต้น

อาหารอีสานเมนูส้มตำเป็นอาหารอีสานที่ทุกคนรู้จักกันดี ไม่ว่าจะเดินทางไปภาคไหนๆในประเทศไทยก็จะพบเห็นร้านขายส้มตำอยู่เกือบทุกที่ โดยเฉพาะตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงในศูนย์อาหารตามห้างสรรพสินค้าเราก็ยังพบเห็นว่ามีร้านขายส้มตำ นอกจากขายส้มตำแล้ว ยังมีเมนูอาหารอีสานอีกหลายประเภท เช่น ลาบ น้ำตก ต้มแซบ และไก่ย่างข้าวเหนียวซึ่งเป็นของทานคู่กัน การทำธุรกิจร้านอาหารอีสานกลายเป็นอาชีพอิสระที่สามารถเปิดขายได้ทุกที่และทุกภาคในประเทศไทย เป็นอาชีพที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก คนที่มีเงินลงทุนน้อย ถ้ามีทำเลขายที่ดี อยู่ในย่านชุมชนหรือแหล่งท่องเที่ยวก็อาจขายเฉพาะส้มตำไก่ย่างและข้าวเหนียวก็ได้ ไม่จำเป็นต้องขายอาหารอีสานหลายเมนู เพราะจะทำให้ใช้เงินลงทุนสูง ใช้วิธีขายบนรถเข็น ตั้งโต๊ะขายหน้าบ้านตัวเอง หรือใช้มอเตอร์ไซน์พ่วงข้างวิ่งขายไปตามหมู่บ้าน แหล่งชุมชน และตามสถานที่ท่องเที่ยว

การประกอบอาหารของคนภาคอีสาน มักจะใช้วิธีต้ม แกง ปิ้งหรือย่าง เช่นเดียวกับทางภาคเหนือ อาหารท้องถิ่นของภาคอีสานแทบจะไม่ใช้ไขมัน หรือน้ำมันในการประกอบอาหาร ดังนั้นอาหารพื้นบ้านของคนภาคอีสานในอดีตและที่ยังพบเห็นในชนบทจะมีปริมาณไขมันต่ำมาก ส่วนใหญ่เป็นอาหารที่มีรสเผ็ดและเค็ม ซึ่งมักจะเป็นอาหารที่มีน้ำขลุกขลิก เพื่อให้สามารถใช้ข้าวเหนียวจิ้มลงในอาหารได้ อาหารพื้นบ้านของภาคอีสานจึงมีควาหลากหลายและมีรูปแบบที่น่ารับประทานมาก ในบรรดาตำรับอาหารภาคอีสานนั้น สิ่งที่จะขาดไม่ได้คือ น้ำปลาร้า จัดว่าเป็นเครื่องปรุงที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารน่ารับประทานยิ่งขึ้น

ธุรกิจร้านอาหารอีสานเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้นับว่าดีถึงดีมากเลยแต่ต้องบอกอีกอย่างเลยว่าทำเลที่ทำมักมีผลต่อการค้าขายในธุรกิจนี้มากและด้านวัตถุดิบก็สำคัญมากที่มาให้บริการเนื้อหมู เนื้อวัว ผักต่างๆที่มาทำต้องมีความสดสะอาดให้แลดูน่ากิน ทั้งนี้ทุกอย่างของร้านอาหารอีสานการปรุงต้องถึงเครื่องถึงเนื้อ อาทิเช่น ส้มตำ ลาบก้อย น้ำตก ต้มแซ่บ อ่อมต่างๆ เนื้อทอด แจ๋วฮ้อน เป็นต้น ทุกวันนี้เลยเป็นธุรกิจที่มีการขายมากที่สุดในประเทศไทยไม่แพ้อาหารตามสั่งหรือก๋วยเตี๋ยว ซึ่งอาหารอีสานปรุงไม่ยากอย่างที่คิดเพียงแค่เข้าใจเครื่องปรุงที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนใหญ่อาหารอีสานจะใส่พริกป่น พริกสด ปรุงรสให้ออกเปรี้ยวเค็ม ได้รสหวานจากเนื้อสัตว์และผักสด มีเอกลักษณ์สำคัญคือ ปลาร้า ซึ่งให้รสเค็ม ส่วนรสเปรี้ยวได้จากผักพื้นบ้านนานาชนิด เช่น มะเขือเทศ มะขาม มะกอก ยอดมะกอก เป็นต้น

“ธุรกิจอาหาร” เป็นธุรกิจที่ผู้มีเงินมักชอบลงทุน เพราะคิดว่าเป็นธุรกิจที่ไม่ยุ่งยาก โดยเฉพาะ “ร้านอาหาร” อาจกล่าวได้ว่าเป็นธุรกิจยอดนิยมของการลงทุนในทศวรรษนี้ อย่างไรก็ตาม จะพบว่าร้านอาหารที่เปิดขึ้นมากมายในแต่ละปีนั้น กลับล้มหายตายจากออกจากวงจรธุรกิจไปอย่างรวดเร็ว สาเหตุหลักคือ รายได้ไม่เป็นไปตามที่คาดคิด ค่าใช้จ่ายสูง เงินทุนสำรองไม่เพียงพอ ในที่สุดจำเป็นต้องเลิกกิจการ เพราะขาดทุนมากจนไม่สามารถประคองให้ธุรกิจอยู่ต่อได้

“ธุรกิจร้านอาหาร” เป็นธุรกิจที่เปิดง่าย แต่อยู่รอดได้ยาก โดยเฉพาะในภาวะที่ต้นทุนวัตถุดิบด้านอาหารสูงขึ้น กอปรกับค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการประกอบการสูงขึ้น เจ้าของธุรกิจจำนวนมากมองข้าม “การควบคุมต้นทุน” ธุรกิจอาหารอาจจะมี “รายได้สูง” จากยอดขายเงินสดประจำวันแต่ “ผลกำไร” อาจมีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของยอดรายได้หากเผลอนำยอดขายไปใช้โดยไม่ได้คำนึงถึงต้นทุน ธุรกิจอาจ “ล้มเหลว” โดยธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมักจะมีปัญหาที่เกิดจากยอดขายผันแปร ในแต่ละช่วงเวลา เช่น การขายอาหาร ขึ้นอยู่กับฤดูกาล จะคาดเดายาก ทั้งนี้เพราะอิทธิพลของปัจจัยภายนอก เช่น สภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และค่านิยมของผู้บริโภคเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ การแก้ปัญหาต้องเน้น ที่การปรับกลยุทธ์เปลี่ยนวิธีการขาย มีการติดตามประเมินผลต่อเนื่องและทันเวลา

เมื่อคุณคิดจะเปิดร้านอาหาร สิ่งที่คิดก่อนอันดับแรก ก็คือ “จะขายอาหารอะไร?” ร้านอาหารจะขายได้ดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับ กระแสความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ การทำธุรกิจร้านอาหารนั้น ผู้ประกอบการจะเอาแต่ใจตัวเองเป็นหลักไม่ได้ แต่ต้องดูกระแสความต้องการหลักของลูกค้าด้วยว่า เวลานั้นความต้องการเป็นอย่างไร การที่เราจะรู้ได้ว่าลูกค้าในถิ่นนั้นๆ ต้องการอะไร อยากกินอะไร ก็ต้องทำการสำรวจเพื่อให้พบกับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ถึงกระนั้นก็ตามไม่ว่าคุณจะขายอาหารอะไร หรือเป็นร้านอาหารแบบไหน สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องมีก็คือ “จุดเด่น” เพื่อสร้างความแตกต่างจากร้านอื่นๆ จุดเด่นหรือจุดขายที่ว่าบางทีก็อาจจะมาจาก การพัฒนาสูตรอาหารให้กับร้านของคุณเอง ซึ่งสูตรอาหารที่พัฒนาขึ้นมานั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ต้องอาศัยเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์แต่ถึงอย่างไรมาตรฐานที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับการประกอบธุรกิจร้านอาหาร การพัฒนาต้องการอาหารประเภทไหน เพราะเหตุนี้คนที่จะเปิดร้านอาหารจึงต้องมีการสำรวจ เพื่อรู้ว่าตัวเองจะขายอาหาร

• เจ้าของร้านจะต้องเป็นนักวางแผนอย่างสำคัญ โดยมีขั้นตอนดังนี้…

1. การวางแผน จะต้องเริ่มจากตัวเอง โดยต้องใส่ใจร้าน หาความรู้ในเรื่องการทำอาหาร หรือหาคนที่สนใจในเรื่องนี้มา
ช่วยกัน ถ้าไม่รู้จริงๆ ก็ต้องส่งไปเรียน ไปอบรม ที่สำคัญการไปเรียนไปอบรมนั้นเพื่อให้ผู้ที่ไปเรียนได้เข้าใจสิ่งที่ศึกษาอย่างละเอียดลึกซึ้ง จนสามารถนำกลับมาปฏิบัติได้ ไม่ใช่ไปเรียนเพียงเพื่อต้องการประกาศนียบัตรใบเดียวเพราะถ้าเราไม่รู้เรื่องที่ต้องการรู้และเกี่ยวกันกับสิ่งที่เราจะต้องทำให้ทะลุปรุโปร่งแล้ว เห็นทีการวางแผนเพื่อพัฒนาร้านก็คงไม่สำเร็จ

2. พอวางแผนแล้ว วิจารณ์และวิจัยแล้วว่า เมนูที่คิดค้นขึ้นจะต้องขายได้แน่นอน สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ ต้องทำ “สูตรอาหารมาตรฐาน” ขึ้นมา โดยใช้การบันทึกว่าเมนูที่ทำนั้นมีส่วนผสมอะไร เท่าไหร่ วิธีการทำอย่างไร ใช้อุปกรณ์อย่างไรบ้าง

“ขั้นตอนทั้ง 2 ข้อนั้นย่อมจะมีกระบวนการหลายๆ อย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ เรื่องของการจัดการ เรื่องของการผลิต เป็นต้น”

ธุรกิจยอดฮิตอันดับต้นๆ ที่ใครต่อใครก็อยากเข้ามาเป็นผู้ประกอบการกันมากที่สุดอีกธุรกิจหนึ่งก็คงจะหนีไม่พ้น “ธุรกิจร้านอาหาร” ที่เป็นธุรกิจในฝันของใครหลายๆ คน บางท่านอยากเปิดร้านอาหารเพราะใจรัก บางท่านมีฝีมือทำอาหารอร่อยก็อยากเปิดร้าน หรือมีเพื่อนฝูงมาชวนร่วมหุ้นเปิดร้าน แต่ธุรกิจร้านอาหารในเนื้อแท้แล้วถึงแม้จะได้กำไรดี แต่ก็มีรายละเอียดให้ต้องศึกษาและรู้จริงก่อนที่ก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของร้านอาหารได้

ดังนั้น จำเป็นที่จะต้องพิจารณากลยุทธ์ทางการตลาดให้ครบทุกด้าน เรียกได้ว่าต้องมีส่วนประสมทางการตลาดสำหรับธุรกิจบริการ ดังนี้

1. ผลิตภัณฑ์ (Product) การเลือกประเภทอาหารจะต้องโดนใจกลุ่มเป้าหมายหรือตรงกับความต้องการ เช่น อาหารญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่ง สเต๊ก พิซซ่า หรือติ่มซำ เป็นต้น และควรพิจารณาคู่แข่งในบริเวณนั้นๆ ร่วมด้วยว่ามีคู่แข่งมากหรือน้อย

สิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือ “ความอร่อยและสดใหม่” ของอาหาร ซึ่งจะเป็นสิ่งที่กุมหัวใจของลูกค้าให้กลับมารับประทานที่ร้านอีกในครั้งต่อๆ ไป สิ่งสำคัญในด้านผลิตภัณฑ์จะต้องเป็น “หนึ่งในใจของลูกค้า” หากลูกค้าอยากจะรับประทานอาหารแบบนี้จะต้องมารับประทานที่ร้านนี้เท่านั้น เช่น สุกี้ต้องรับประทานที่เอ็มเค ไอศกรีมต้องที่สเวนเซ่นส์ ข้าวผัดปูต้องร้านข้าวผัดปูเมืองทอง ปูผัดผงกะหรี่ต้องร้านสมบูรณ์โภชนา เป็นต้น

2. ราคา (Price) การตั้งราคาเป็นศาสตร์และศิลป์ที่จะต้องมองให้ออกว่าเงินในกระเป๋าลูกค้าที่ยินดีจ่ายให้นั้นมีเท่าไร หากตั้งราคาต่ำไปก็ได้กำไรน้อย แต่ถ้าราคาสูงเกินไปก็ขายได้น้อย

ฉะนั้น กำไรขั้นต้นของอาหารแต่ละจานควรอยู่ที่ 50-70 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจมากกว่านั้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับทำเลและบรรยากาศ การตกแต่งร้านที่สวยงาม ทั้งนี้ กลยุทธ์ราคาที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจร้านอาหารมีอยู่หลากหลายมากเช่น การตั้งราคาแบบจิตวิทยา การตั้งราคาแบบเซต การตั้งราคาแบบมีของแถม การตั้งราคาขายแบบมีเงื่อนไข เป็นต้น

3. ทำเล (Place) สำหรับการทำธุรกิจค้าขายใดๆ ก็ตาม เรื่องการเลือกทำเลเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ทำเลที่อยู่ติดถนน เดินทางได้สะดวก มีที่จอดรถ อยู่ใกล้กับแหล่งชุมชนมีคนสัญจรไปมามากมาย ย่อมมีโอกาสที่จะเรียกลูกค้าได้ง่ายกว่า ซึ่งมักจะเรียกว่า “ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง”

สำหรับทำเลที่มักจะมีคนถามอยู่บ่อยครั้งอย่าง ทำเลบนห้างสรรพสินค้า ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี แต่ก็ควรที่จะต้องชั่งน้ำหนักด้วยว่าค่าเช่าและส่วนแบ่งการขายเป็นเปอร์เซ็นต์ที่จะต้องให้กับทางห้างสรรพสินค้านั้นคุ้มค่ากับรายได้ที่เข้ามาไหม หากสุดท้ายแล้วเหลือกำไรในระดับที่พอใจ ก็เรียกได้ว่าน่าสนใจเช่นกัน

4. โปรโมชั่น (Promotion) การทำการตลาดในยุคนี้มักจะผสมผสานการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ประโยชน์อย่างอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็เป็นเครื่องมือที่ประหยัดงบประมาณได้มากกว่าสื่อแบบดั้งเดิม (ป้าย หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ทีวี วิทยุ เป็นต้น)

มีธุรกิจ SME หลายๆ ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการนำโซเชียลมีเดียมาใช้ในการประชาสัมพันธ์ สามารถเพิ่มยอดขายได้แบบทวีคูณกันเลยทีเดียว การทำโปรโมชั่นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ ร้านอาหารก็สามารถทำบัตรสมาชิก มีการสะสมแต้มแลกของรางวัล หรือแม้แต่การชิงโชคไอโฟน ไอแพด ก็ทำได้เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจและรับรู้ว่าทางร้านก็คืนกำไรให้กับลูกค้าที่มาอุดหนุนด้วย

5. บุคลากร (People) เป็นคีย์ที่สำคัญในธุรกิจร้านอาหาร ควรมีการอบรมและเทรนนิ่งพนักงานในด้านการบริการ การต้อนรับให้ดีเพื่อสร้างความแตกต่างและความประทับใจให้กับลูกค้า หลายๆ ร้านที่เห็นมักจะรับพนักงานพาร์ตไทม์หรือชาวต่างด้าวแล้วไม่ได้มีการฝึกอบรมพนักงานให้ดีเท่าที่ควร มักจะมีปัญหาในการสื่อสารกับลูกค้าหรือรับออร์เดอร์ผิดๆ ถูกๆ ส่งผิดโต๊ะบ้าง ถามลูกค้าซ้ำไปซ้ำมาบ้าง ซึ่งอาจจะทำให้ร้านของเราในสายตาของลูกค้าดูด้อยมาตรฐานได้

6. กระบวนการ (Process) ขั้นตอนในการบริการลูกค้า ตั้งแต่เดินเข้าร้านจนกระทั่งออกจากร้านจะต้องมีการกำหนดลงรายละเอียดทุกขั้นตอน แล้วให้พนักงานปฏิบัติตามอย่างมีแบบแผน มีการแบ่งหน้าที่ในการทำงาน เช่น ต้อนรับลูกค้า รับออร์เดอร์ การเช็กบิล ทอนเงิน ฯลฯ อย่างชัดเจนไม่สับสน

บางร้านมีการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ในการบริการก็เป็นสิ่งที่ดี ช่วยให้การบริการสะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณของร้านด้วย ทั้งนี้ สำหรับร้านเล็กๆ จะไม่ใช้ก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ทุกๆ การบริการเป็นที่ประทับใจของลูกค้าก็เพียงพอแล้ว

7. สถานที่ (Physical Evidence) การตกแต่งร้านที่สวยงาม ตั้งแต่ประตูทางเข้า บรรยากาศโดยรวมของร้าน ก็มีผลอย่างมากต่อการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า ถึงแม้ว่าบางร้านเป็นร้านแบบธรรมดาๆ ก็ไม่เป็นไร ขอให้เน้นในเรื่อง “ความสะอาด มีสุขอนามัยที่ดี” ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

นอกจากนี้เรื่องของห้องน้ำก็เป็นสิ่งสำคัญที่สะท้อนถึงความสะอาดของร้านที่มักจะถูกมองข้ามไป รวมถึงที่จอดรถก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของร้าน

ในท้ายนี้ สิ่งที่อยากจะฝากไว้สำหรับการทำธุรกิจร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จก็คือ “ความรักและการเอาใจใส่” ในแบบที่เรียกได้ว่า “ใส่หัวใจลงไปในอาหารทุกๆจาน” เพื่อส่งมอบอาหารที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า เพราะเชื่อว่าความสุขของคนทำร้านอาหารก็คือ รอยยิ้มของลูกค้าขณะที่รับประทานอาหารของเรานั่นเอง

อร่อยเลิศระดับตำนานร้านอาหารในกรุงเทพฯ

ร้านอาหารอร่อย ๆ ในกรุงเทพฯ เมืองหลวงของเรา หลายคนคงมีร้านในดวงใจแน่นอน แต่ยังมีอีกหลายร้านที่ยังไม่เคยเดินทางไปลิ้มลองจริง ๆ ก็อีกมากมายจนบอกไม่หมด ร้านอาหารชื่อดัง ที่ขึ้นชื่อทั้งความอร่อยติดดาวระดับตำนาน กับชื่อเสียงเก่าแก่ อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักของนักชิมตัวยงอีกด้วย

1. ร้านมนต์นมสด ตำนานความอร่อยของร้านขนมปัง-นมสด เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 50 ปี ตัวร้านออกแบบด้วยสีขาว โดดเด่นด้วยโลโก้สีแดง ตกแต่งโดยรอบร้านให้ร่มรื่น พร้อมด้วยเมนูของหวานที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ด้วยรสชาติของนมสด ทั้งร้อนและเย็นที่อร่อยเข้มข้น เข้ากันเป็นอย่างดีกับขนมปังนุ่ม ๆ โดยมีเมนูแนะนำ ได้แก่ ขนมปังเนยสด, ขนมปังปิ้งเนย-น้ำตาล, ขนมปังสังขยา, นมสด, โอเลี้ยง, ชา, นมแดง, โอวัลติน, โกโก้, กาแฟมีทั้งแบบร้อนและเย็น, ชามะนาว, น้ำมะนาว เป็นต้น นอกจากจะบริการที่ร้านแล้ว ยังมีบริการซื้อกลับบ้านด้วย

2. ร้านผัดไทยทิพย์สมัย หรือที่หลายคนรู้รักในชื่อ ผัดไทยประตูผี ซึ่งได้ชื่อมาจากประตูเมืองที่ในสมัยก่อนถูกใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงศพออกจากเขตประตูเมืองของกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณริมถนนมหาไชย โดยเริ่มต้นจากร้านค้าเล็ก ๆ ริมถนน เปิดขายตั้งแต่ในปี 2506 ตัวร้านเป็นห้องแถว เน้นการบริการที่สะอาด มีครัวสำหรับทำอาหารตั้งอยู่หน้าร้าน สามารถเห็นวิธีการปรุงผัดไทยได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีการคิดค้นสูตรผัดไทยเส้นจันท์ใส่มันกุ้งและกุ้งสด รวมทั้งการเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่, เครื่องปรุงแบบครบรส การันตีความชำนาญมากกว่า 40 ปีอีกด้วย ส่วนเมนูแนะนำ ได้แก่ ผัดไทยทรงเครื่อง, ผัดไทยเส้นจันท์มันกุ้ง และผัดไทยกุ้งสดไร้เส้น เป็นต้น

3. ประจักษ์เป็ดย่าง บางรัก ร้านอาหารเก่าแก่ที่ก่อตั้งมากว่า 100 ปี เปิดขายกันมากว่า 3 รุ่น ตัวร้านเป็นตึกขนาดหนึ่งคูหา เปิดให้บริการอาหารไทย-จีน ตั้งแต่ปี 2452 ซึ่งเคล็ดลับของร้าน คือ การคัดเป็ดเชอร์รี่เกรดดี นำมาผ่านกรรมวิธีหมัก เครื่องเทศ แล้วย่างในอุณหภูมิที่เหมาะสม สำหรับเมนูอาหารที่มีชื่อเสียง ได้แก่ เป็ดย่าง, หมูแดง, หมูกรอบ ส่วนเมนูยอดนิยม ได้แก่ ข้าวหน้าเป็ด, ข้าวหมูแดง, ข้าวหมูกรอบ, ข้าวเฉโป, บะหมี่เป็ด, บะหมี่หมูแดง, เกี๊ยวหมู และเกี๊ยวกุ้ง นอกจากนี้ ยังมีอาหารไว้บริการทั้ง ข้าวผัด, ราดหน้า, โกยชีหมี่ เป็นต้น รวมถึงมีเมนูใหม่อย่าง เป็ดย่างสุญญากาศ ที่คงความอร่อยของเป็ดให้ยาวนานมากขึ้นอีกด้วย

4. สมบูรณ์โภชนา ร้านอาหารที่เปิดให้บริการมานานตั้งแต่ปี 2512 ซึ่งมีเมนูเด็ดขึ้นจนกลายเป็นต้นตำรับของร้านได้แก่ “ปูผัดผงกะหรี่” ซึ่งเป็นสูตรพิเศษ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ได้รับความนิยมมาตลอด ร้านนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชอบเมนูอาหารไทย-จีน และอาหารทะเลแบบสด ๆ ที่เน้นการใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ ทั้งกุ้ง หอย ปูและปลา ซึ่งเมนูแนะนำ ได้แก่ ปูผัดผงกะหรี่, ปลากะพงนึ่งมะนาว, กุ้งอบวุ้นเส้น, ตำยำกุ้ง, ปลาหมึกนึ่งมะนาว และเมนูของหวานอย่างบัวลอยน้ำขิง เป็นต้น

5. สุกี้เรือนเพชร ร้านสุกี้โบราณที่เปิดบริการมานาน พร้อมด้วยรสชาติน้ำจิ้มแบบกวางตุ้ง ส่วนน้ำซุปทำมาจากน้ำต้มกระดูกหมู รวมทั้งมีเมนูอาหารไทย-จีนให้เลือกมากมาย ตัวร้านอาหารเป็นตึกแถว 2 ห้อง แบ่งที่นั่งออกเป็น 2 ชั้นให้เลือก ทั้งโซนห้องพัดลมและแอร์ นอกจากนี้ ทางร้านยังมีบริการจัดเลี้ยงงานต่าง ๆ นอกสถานที่อีกด้วย สำหรับเมนูแนะนำ ได้แก่ สุกี้, กบทอดกระเทียมพริกไทย, เป็ดอบเรือนเพชร, ไก่ทอดไดมารู, ผัดหมี่แห้ง, ทอดมันกุ้ง และน่องไก่เรือนเพชร เป็นต้น

ปี 58 ร้านอาหารแข่งขันรุนแรง ร้านอาหารเติบโตโดดเด่น 6.9 – 8.9% โดยระบุว่า ในปี 2558 นี้ ต้นทุนในการขยายสาขาของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดให้กลยุทธ์การขยายสาขาของเชนร้านอาหารเปลี่ยนแปลงไป

กลยุทธ์การขยายสาขาของเชนร้านอาหารในปี 2558 จะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกทำเลที่ตั้งที่จะขยายสาขามากขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างเฉพาะเจาะจง โดยต้องเป็นพื้นที่ที่มีการกระจุกตัวของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายและการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารในพื้นที่ยังไม่รุนแรงมากนัก รวมถึงยังให้ความสำคัญกับการคัดเลือกแบรนด์ร้านอาหารให้เหมาะสมกับกำลังซื้อของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ที่จะขยายสาขามากขึ้น อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการนำเสนอรูปแบบอาหารที่แปลกใหม่และสอดคล้องกับรูปแบบการรับประทานอาหารนอกบ้านของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอีกด้วย เพื่อให้เม็ดเงินการลงทุนขยายธุรกิจร้านอาหารเป็นไปอย่างคุ้มค่าสูงสุด

นอกจากนี้ ในปี 2558 ยังมีการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารรายใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการธุรกิจรายใหญ่ เช่น ธุรกิจเครื่องดื่ม ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจผลิตอาหาร เป็นต้น ที่ต่างหันมารุกในธุรกิจร้านอาหารมากขึ้น โดยกลยุทธ์การขยายธุรกิจจะเป็นการเจาะช่องว่างในตลาดและนำเสนออาหารสัญชาติใหม่ๆ รวมไปถึงนำเสนออาหารในรูปแบบที่แตกต่างเพื่อเป็นตัวเลือกใหม่ๆสำหรับลูกค้า ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยมีรูปแบบอาหารที่หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากจะเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการรับประทานอาหารของคนไทยต่อคนต่อครั้งปรับตัวสูงขึ้น จากการกระตุ้นการรับประทานอาหารเพิ่มขึ้นโดยผู้ประกอบการธุรกิจเชนร้านอาหารแล้ว ส่วนหนึ่งยังเป็นผลมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนการประกอบธุรกิจร้านอาหารในระดับที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจเชนร้านอาหารจำเป็นต้องปรับราคาอาหารให้สูงขึ้นตามไปด้วย

ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารมีทางเลือกในการนำเสนอความคุ้มค่าในรูปแบบอื่นๆได้ ผ่านการให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นๆ เช่น รสชาติอาหาร ความแตกต่างและความหลากหลายของอาหาร การตกแต่งร้าน การให้บริการ เป็นต้น โดยผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารต้องให้ความสำคัญกับการกระตุ้นให้ลูกค้ามีค่าใช้จ่ายในการรับประทานอาหารต่อคนต่อครั้งสูงขึ้น ขยายฐานลูกค้าไปในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการซ้ำควบคู่กันไป


อาหารเป็นหนึ่งในหกยุทธศาสตร์ของโครงการศึกษาผลกระทบเศรษฐกิจอาเซียนต่อผู้ประกอบการSMEs ในสาขาที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ สำนักส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ได้ศึกษาถึงโอกาส สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังจะเตรียมตัวมุ่งสู่AEC โดยเฉพาะในกลุ่มของอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ประชาชาติธุรกิจ นิวบิซ สรุปเนื้อหาในส่วนของจุดเด่นจุดด้อยของไทยทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งพันธมิตรที่เราควรจะเลือกให้เหมาะกับระดับของธุรกิจ สำหรับการเปิดตัวเองสู่ตลาดAECของSMEs ปัจจัยสำคัญที่ภาครัฐเน้นย้าก็คือ การรวมกลุ่มของรายย่อย เป็นเครือข่าย ที่เข้มแข็งเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลของกันและกัน รวมทั้งการใช้อำนาจของกลุ่มเป็นกลไกในการต่อรองกำหนดราคาและพัฒนากลุ่มให้เข้มแข็ง โดยการตั้งเป็นสถาบัน เช่น สหกรณ์ ชมรม สมาคม สมัครใจ เพื่อพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ

สำหรับต้นน้ำจะได้รับประโยชน์จากตลาดใหญ่ขึ้น แต่ข้อเสียคือ แข่งขันกับเพื่อนบ้านที่ต้นทุนต่ำกว่า SMEsจะอยู่ในสภาวะที่ขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะภาคการเกษตร ประมงกลางน้ำ มีตลาดใหญ่ขึ้น มีวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น และ ผู้ประกอบการมีโอกาสย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีวัตถุดิบ และมีความพร้อมในเรื่องแรงงานและการขนส่ง แต่ข้อเสียคือ ถ้าผู้ประกอบการไม่แข็งแรงพอ จะถูกครอบงำจากนักลงทุนต่างชาติ และกลายเป็นผู้รับจ้างผลิตแทนส่วนปลายน้ำเองก็ตลาดมากขึ้น การเดินทางระหว่างกันสะดวกมากขึ้น

ในกลุ่มประเทศอาเซียน ทำให้ธุรกิจบริการร้านอาหาร โรงแรมเฟื่องฟู และมีโอกาสขยายการลงทุน เนื่องจากเปิดเสรีมากขึ้นนั่นเอง ส่วนข้อเสียก็คือ จะมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามามากขึ้น และหากผู้ประกอบการไทยไม่แข็งแรงพอ เราจะกลายเป็นแค่คนรับผลิตมากกว่าเจ้าของกิจการ

สำหรับประเทศที่ผู้ประกอบการเลือกทำธุรกิจนั้นหากเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม พม่า เหมาะกับอุตสาหกรรมประมง และวัตถุดิบที่มีราคาต่ำกว่าของไทย ลาว และกัมพูชา เป็นแหล่งพืชไร่และพืชสวน
– อุตสาหกรรมกลางน้ำ เวียดนาม กัมพูชา บรูไน สิงคโปร์ เป็นแหล่งขยายสินค้าแปรรูป เพราะมีอำนาจในการซื้อ
– อุตสาหกรรมปลายน้ำ เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นแหล่งขยายการลงทุน อาหาร ภัตตาคาร โรงแรม รีสอร์ต

ญี่ปุ่น ASEAN Japan Center เป็นหน่วยงานที่เกิดจากร่วมมือของประเทศญี่ปุ่นและประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ก่อตั้งเพื่อเป็นศูนย์กลางในทำการตลาดและการซื้อการขาย จับคู่ธุรกิจระหว่างนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นและผู้ผลิตสินค้า